เรื่องมันมีอยู่ว่าวันนี้ตอนนั่งรถมินิบัสสีเขียวสาย 75 เพื่อไปส่งเอมิจังที่บ้าน
ก็ขึ้นไปนั่งปกติ บนรถมีคนขับปกติ มีกระเป๋ารถเมล์เป็นคุณป้าอายุประมาณ 50-60 ปกติ
ทุกๆ อย่างปกติ
เราสองคนด้วยความที่ไม่คุ้นเคยกับการนั่งรถเมล์
จริงๆ ก็ไม่ถึงกับไม่เคยนั่งเลยนะ แต่ช่วงนี้ภาวะน้ำมันแพง
ทำให้ค่าโดยสารขึ้นๆ ลงๆ อัพเดทไม่ทัน
เลยคิดว่าค่าโดยสารต่อคนราคา 6.50 บาท
สองคนรวมกันก็ 13 บาท
เลยควักเหรียญมาเตรียมจ่ายไว้ก่อน เป็นเหรียญห้าบาท 2 เหรียญ
เหรียญบาท 1 เหรียญ และเหรียญสองบาท 1 เหรียญ
พอป้าเดินมา ป้าก็จ่ายป้าไป แบบปกติๆ
ป้าก็รับไป แล้วฉีกตั๋วมาให้ 2 ใบ ปกติ
เราสองคนมีนิสัยชอบเอาตัวเลขตั่วรถเมล์มาบวกกันเพื่อดูดวงขำๆ กันอยู่แล้ว
พอดีวันนี้ได้เลขสวย เลยได้คอนเซนเทรตกับตั๋วรถเมล์มากกว่าปกติ (ความไม่ปกติเกิดขึ้นครั้งแรกที่ตรงนี้)
ตั๋วรถเมล์มีเลขท้ายเป็นตองห้า เท่ชะมัด ไม่ปกติ ไม่ปกติ
แล้วก็มาเจอราคา มันเขียนว่า…. 7.00 บาท
อ้าวยังไง อ้าว อ้าว อ้าว
เมื่อกี้เราให้ป้าไป 13 บาท แสดงว่าทำให้เค้าขาดทุน 1 บาท
เลยพยายามมองๆ ป้า จะให้เค้าเดินมาเก็บอีก 1 บาท
แต่ป้าก็ไม่มองมา หรือเดินมาแถวนี้ซะที
เอมิจังเลยเดินเอาเงินไปให้ป้า 1 บาท พร้อมบอกเหตุผล
ป้ายิ้มขอบคุณ แล้วหันมายิ้มให้เราด้วย
ความจริงใจที่แฝงไว้ในรอยยิ้มของป้าทำให้เรารู้สึกขนลุก
ถ้าเราทำชิล ไม่ได้ถึงขั้นตั้งใจโกงเงิน แต่เพราะขี้เกียจเอาเงินไปคืนป้า
เพราะเห็นว่ามันมีมูลค่าแค่ 1 บาท
เราคงไม่ได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้จากป้าคนนั้น
ป้ากระเป๋ารถเมล์มินิบัสสาย 75 ผู้ที่มีรอยยิ้มจริงใจที่สุดในประเทศโลกไทย
รู้สึกคุ้มมากๆ ที่ซื่้อรอยยิ้มจริงใจแบบนั้น ในสังคมเมืองแบบนี้ ได้ในราคาแค่บาทเดียว
(อันที่จริง เราไม่ได้เสียอะไรเลยด้วยซ้ำ มันควรเป็นเงินของป้าเค้าตั้งแต่แรก)
น่าตลกดี ที่เงินแค่ 1 บาทซื้อรอยยิ้มได้จริงใจมากขนาดนี้
หลายๆ ครั้ง เวลาเราไปซื้อของกินของใช้ ราคาเป็นร้อยเป็นพัน
ยังไม่เคยได้รับความรู้สึกจริงใจ ที่มาจากใจจริงๆ ขนาดนี้เลย


