เคยเป็นกันไหมครับ เวลาที่เรามีความคิด หรือความเชื่อบางอย่างอยู่ในหัว
แล้วได้มีโอกาสเจอคนที่คิดเหมือนๆกันแล้วเราจะรู้สึกตื่นเต้น และประทับใจ
ยิ่งเวลาเราได้อ่านบทสัมภาษณ์ของคนที่ประสบความสำเร็จในแบบที่เราเคยคิดเคยฝัน
แล้วเค้าคิดเหมือนๆเราเนี่ย มันรู้สึกดีโคตรๆเลยไม๊ครับ
“ผมเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าทุกวันนี้เรามีความสะดวกสบาย
ด้านเทคโนโลยีสูงมาก แต่ผมสังเกตดูว่าทำไมเรามีเวลาน้อยลง
ซึ่งที่จริงเราควรจะมีเวลาเหลือถูกมั้ย…
…จากที่เคยมีเวลานั่งคิดงาน เดี๋ยวนี้เราต้องมาปั่นงาน”
-นนทรีย์ นิมิบุตร- จากนิตยสาร Bioscope ฉบับที่ 80
เคยรู้สึกกันไหมครับ ว่าทุกวันนี้โลกมันมีสิ่งอำนวยความสะดวกเกิดขึ้นมากมาย
ทุกสิ่งถูกตั้งโจทย์ขึ้นก่อนสรรค์สร้างด้วยวัตถุประสงค์คล้ายๆกัน
คคือเพื่ออำนวยความสะดวกแก่มนุษย์
แต่เมื่อสำเร็จผลออกมาแล้ว เมื่อเกิดภาวะนิยมใช้ขึ้น
กลับทำให้ประโยชน์ของมันลดลงในภาพรวม
ยิ่งเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นเหมือนวัตถุที่ถูกบังคับใช้
และเมื่อทุกคนต้องใช้มัน หรือถูกบังคับให้ใช้มัน
ก็จะส่งผลให้ภาวะของทุกคนเท่าเทียมกัน
และการอำนวยความสะดวกที่ควรจะเกิดขึ้นจากวัตถุนั้นตามวัตถุประสงค์ตั้งต้น
ก็จะไม่เป็นผลอีกต่อไป
ทุกวันนี้ผมสงสารคุณผู้หญิงรูปร่างเล็กๆ ผอมเพรียว
ที่ต้องกล้ามขึ้นเพราะแบกโน้ตบุคไป-กลับ ที่ทำงานทุกวันจังเลยครับ



2 Comments
โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าคนมีข่าวสารมากเกินไป
ข่าวสารในที่นี้ไม่ได้หมายถึงข่าวสาร ตามความหมาย
แต่หมายถึงทุกเรื่องๆที่เป็นสาร ตั้งแต่เพลงที่มากมาย
หนังที่มากมาย งานศิลปะ ข่าว วรรณกรรม หนังสือ
ความรู้ต่างๆ ประกอบกับรูปแบบของสังคมนิย
ที่นำพาให้คนในสังคม ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสารเหล่านั้น
ทำให้เวลาเราน้อยลง ซึ่งเป็นแนวทางของยุค IT
ซึ่งเป็นสูตรตามหลังมาของทุนนิยม ที่นิยมผู้ที่รู้มาก
เก่งมาก ก็ต้องอ่านมา เสพมาก จนกลายเป็น
วัฒนธรรมย่อยว่า เราควรต้องรู้นั่้่นรู้นี่ เราควรต้องรู้อะไร
หลายๆอย่าง และทำให้เวลาเราน้อยลง
ซึ่งจริงๆแล้วอาจจะไม่จำเป็นขนาดนั้นก็ได้
และแน่นอน
ถ้าพูดถึงอย่างในกรุงเทพมหานคร ก็เป็นอันปฏิเสธไม่ได้ว่า
เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงทุนนิยม หรือแนวคิดแบบทุนนิยมได้
เราเสียเวลากับการเลือกเพลงที่มากขึ้น
เสียเวลากับการเลือกหนังสือ หรือนิตยสารอ่านสักเล่ม
เสียเวลากับสิ่งบันเทิงต่างๆ เสียเวลากับการเดินทาง
บนท้องถนนที่มีรถมากขึ้น
ในเรื่องเวลาคิดงาน โดยส่วนตัวมีความเห็นว่า เวลาคิดงาน
ของนักสร้างสรรค์ในปัจจุบันน้อยลง เพราะการสร้างสรรค์
งานสร้างสรรค์ในปัจจุบันนั้น ยากที่จะหาความแตกต่าง
จากสิ่งที่เคยมีมา ทำให้การทำงานยากขึ้นนานขึ้น
ซึ่งตัวเทคโนโลยีก็เข้ามาทดแทนทำให้เราสามารถลดเวลา
การทำงานได้ จากที่เราต้องมาขีดเส้นด้วยมือ ทำสิ่งต่างๆ
ด้วยมือ ก็มีคอมพิวเตอร์มาใช้งานแทน แต่อย่างไรก็ตาม
เทคโนโลยี ไม่สามารถทำให้เราทำงานได้มากขึ้น
เพื่อที่จะว่างได้มากขึ้นเพราะ การมีเทคโนโลยี แปลว่า
เราต้องติดตามเทคโนโลยีซึ่งเสียเวลา และผลเทคโนโลยี
ที่จะทำให้เราประหยัดเวลานั้น บางครั้งก็ไม่เพียงพอจะ
ทดแทนความยากจากความกดดันของสิ่งสร้างสรรค์
รอบตัวเราที่เกิดขึ้นทุกวัน และเริ่มจะหาความใหม่จากสิ่งต่างๆ
ได้น้อยลงไปทุกวัน
โฮะ อันนี้โดนพี่
อ่านอยู่เหมือนกัน
เออเนอะ สะดวกมากขึ้นรวดเร็วมากขึ้น แต่ไงเวลาน้อยลงวะ