Monthly Archives: June 2008

แก๊ดเจ๊ทใหม่ฉลองเงินเดือนออก
อยากได้มานานแล้วครับกล้องดิจิตอลเล็กๆซักตัว
ที่ผ่านมาต้องแบก Canon DSLR Rebel
หรือที่รู้จักกันในโค้ด 300D มาตลอด 
ซึ่งในบางครั้ง มันไม่จำเป็น และไม่สะดวก
ที่จะต้องแบกกล้องอันใหญ่ๆ ทำให้ต้องมีกระเป๋ากล้อง
หรือเป้ใหญ่ๆเพิ่มอีกใบ 
ทั้งๆที่เราไปแค่เดินสยาม แล้วพอดีอยากถ่ายรูปชิว

ก็เลยอยากได้กล้องดิจิตอลเล็กๆซักตัว ไม่ต้องดีเว่อมาก
แต่ก็ไม่ถึงกับแย่เกินไป
คือยังไงเราก็ใช้โฟโต้ชอปเป็นล่ะวะ ห้าๆๆๆ

และแล้ววันนี้ก็มาถึงครับ
วันที่มีตังซื้อกล้องซักตัวซะที
หลังจากเทียบหลายรุ่นในงบประมาณที่คิดไว้ในใจแล้ว
ก็มาลงตัวที่ตัวนี้แหละครับ


Ricoh Caplio R7
ข้อดีของรุ่นนี้คือออพติคอลซูมเจ็ดเท่า
ช่วงเลนส์ 28-200mm
CCD 8.2 Megapixels
และที่เด็ดสุดคือระยะมาโคร 1 cm โคตรชัดเลยครับ
ถ่ายของเล่นที่สะสมไว้ได้สบายๆ  (อ๋อเหตุผลนี้เองสินะ)

ฟังก์ชั่นอื่นๆนอกนั้นก็คล้ายๆกับฟังชั่นอินเทรนๆ
ที่มีในกล้องดิจิตอลทั่วๆไปในตอนนี้ครับ
ไม่ว่าจะเป็นระบบโฟกัสใบหน้า
กันสั่น จอใหญ่ๆ  อะไรเทือกๆนั้น

ก็ต้องลองดูว่า Ricoh จะลบภาพจำของยี่ห้อโซนี่ แคนน่อน
นิค่อน ซัมซุง ที่ทำตลาดกล้องดิจิตอลคอมแพ็คอยู่ในปัจุบันนี้ได้รึเปล่า
 

เมื่อชีวิตมันวุ่นวายมากนักและเต็มไปด้วยงาน
ก็ทำตัวให้ว่างซะ……..

นั่งรีทัชรถเล่น ว่างจริงๆเล้ยยยย…

 

วันนี้ปั่นงานซะซูบเลยเป็นงานเว็บไซต์
เริ่มทำตอนสิบโมง ลูกค้ามาขอดูบ่ายสอง
โอ้พระเจ้า!
ส่งงานเสร็จ ลูกค้าแฮปปี้ เราก็แฮปปี้
ให้รางวัลกับตัวเองซะหน่อย เลยแวะไปพาราก้อน และได้เจ้าพวกนี้มา 


Honda Fit (หรือ Jazz) รุ่นเก่า คันจริงออกมาประมาณ 5-6 ปีก่อนได้

 
คันนี้เป็น Nissan Skyline 2000 Turbo RS-X/KDR30
ทำออกมาฉลอง 50 ปีนิสสันสกายไลน์

 
คันนี้ทีเด็ดสุดเลยครับ เป็นปิกาชู จากการ์ตูนโปเกม่อน
มันน่ารักตรงที่มีหูมีหางเพิ่มออกมาจากตัวถังรถนี่แหละ
กล่องใส่ขนาดใหญ่กว่าปกติด้วยนะ อิอิ

หมดละค้าบบบบบบบบ 

เมื่อไมตี้เมาส์ (เมาส์ของแอปเปิ้ล) หรือเจ้าสะดือของผมหมดประกัน
และมันก็ใช้ scroll ball ไม่ได้อีก
เนื่องมาจากมันไม่สามารถนำตัว ball ออกมาทำความสะอาดได้
ก็ถึงเวลาที่จะแก้ปัญหากันแบบล้างบางซะที
เอาให้ถึงเลือดถึงเนื้อกันไปเลย 

ขั้นแรกเราต้องยอมเสียวงแหวนอันไร้ซึ่งประโยชน์
นอกจาก cosmetic เท่านั้น ออกไปก่อน
(วงแหวนเทาๆใต้เมาส์ วงใหญ่นะ ไม่ใช่วงเล็ก)
-
ต่อมาเราจะสามารถแกะสลักที่ล็อกตัวเม้าส่วนบน
กับส่วนล่างออกมาได้
ทีนี้ก็จะได้เห็นไส้เห็นพุงกันจะๆเลยครับ
ในขั้นตอนนี้เราสามารถนำคัดตั้นบัดมาเช็ดๆ
ตรงร่องปุ่มบีบด้านข้างได้แล้ว 


หลังจากนั้น ก็ค่อยๆถอดสายแพรสองเส้นออก
เราก็จะเห็นระบบเซ็นเซอร์ภายในของมัน
และทำให้เมาส์ส่วนบน และล่าง แยกออกจากกันได้


เป้าหมายหลักของเราคือเจ้าตัวนี้ล่ะครับ
อุปกรณ์ของ scroll ball 


ใช้ไขควงสี่แฉกอันเล็กๆไขน็อตสามตัว
เราก็จะได้แผงของสครอลบอลออกมา

จากนั้นขั้นตอนนี้ต้องระวังนะครับ
ให้จำวิธีการเรียงตัวของเพลาแม่เหล็กสี่ชิ้นให้ดี
เดี๋ยวตอนใส่กลับจะใส่ไม่ถูก
ค่อยๆแกะเอาสครอลบอลออกมา
จะให้ดีก็แกะบนพื้นสีขาวๆ อาจเป็นผ้านวม
หรืออะไรที่มันช่วยลดการกระเด้ง
เผื่อวัสดุหล่นไปจะได้มองเห็นได้ชัดๆ

สิ่งสกปรกในช่องนี้ของผมเยอะมากเลยครับ
เอาออกมากองๆดูใหญ่พอๆกะลูกสครอลบอลเลยทีเดียว
ก็ว่าทำไมมันเลื่อนไม่ไป ไม่ทำงานซะที

เสร็จแล้วก็ค่อยๆใส่อุปกรณ์ทั้งหมดกลับเข้าไปอย่างเดิม
และใช้งานไมตี้เม้าส์ต่อได้เลยครับผม 

ท่านที่แกะออกมาจนถึงด่านสุดท้ายคงรู้สึกเหมือนผมนะครับ
ว่าจริงๆแล้วเม้าส์แอปเปิ้ลไม่ได้แพงเลย
เมื่อเทียบกับความซับซ้อนของอุปกรณ์ภายใน


และก็ไม่วาย ยังนี๊ดอยู่
เลยเอามือถือถึกทึน K700i
มาชำระความสะอาดต่อด้วยซะเลย 
หมกมาสี่ห้าปี สกปรกใช้ได้เชียวครับ ห้าๆ 

หลังจากยืนชะเง้อมองอยู่อย่างเดียวมานานเกือบสองปี
เพราะแฟนไม่ยอมนุญาติให้ซื้อ งอแงงอแง

ในที่สุด ก็ได้โฉบมาเป็นเจ้าของบ้างซะที
เพราะหางานพาร์ทไทม์ทำได้แล้ว
เลยพอมีรายได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง
มาซื้อของแบบนี้ได้โดยแฟนไม่ว่า(มาก)
กับรถเหล็กคันเล็กๆ ที่เรียกว่าไดคาส (die-cast)

ชื่นชอบมานานแล้วครับ กับรถไดคาสของ Tomyca
ของบริษัทผลิตของเล่น Tomy 
ที่ชอบเพราะแพ็คเกจจิ้งของมันนี่แหละ
เป็นกล่องเล็กๆสีแดงขาว สวยคลาสสิกโค่ดๆ

myminicar
สำหรับคันแรกที่โฉบมา เล่าให้ฟังไปแล้วเมื่อวาน
วันนี้เลยถ่ายรูปมาให้ดู
เป็น Honda Fit (หรือ Jazz ในไทย ที่ญี่ปุ่นเค้าเรียกฟิทน่ะ
สงสัยที่เปลี่ยนเป็นแจ๊สเพราะ ฟิทในความหมายของไทย
แทนที่จะเป็นพอดี หรือกะทัดรัด แต่มันหมายถึงคับแคบ
ก็เลยต้องเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามซะหน่อย) 
ซึ่งฟิทตัวนี้ เป็นนิวแจ๊สแล้ว
เป็นคันที่ 100 พอดีตามนัมเบอร์สำหรับสะสม 
ซึ่งคันที่ 100 นี่ไม่รู้รุ่นอื่นมีเปล่า แต่ Honda Fit
มีทั้งสองรุ่นเลยคือรุ่นแรกที่ออกมาเมื่อห้าหกปีก่อน กับนิวฟิทตัวนี้

อีกคันที่ซื้อวันก่อนเป็น Honda เหมือนกัน รุ่นคลาสสิก S800M
เป็นอิดิชั่นของวอลท์ดีสนีย์
เลยสกรีนเป็นลายมิกกี้เมาส์แบบคลาสสิกด้วยนะ 

ส่วนคันสุดท้ายเพิ่งไปถอยมาสดๆร้อนๆวันนี้เลย ที่พาราก้อน
Mini Cooper ที่ถอดแบบมาได้โอเคเลย
งานละเอียดดี ตรงป้ายทะเบียนเขียนว่า MiniCooper ด้วย 

ไปเซ็นทรัลพระรามสองมา
ถอยรองเท้ามา 1 คู่


Adidas SAMBA ST รุ่น Black1|Neobeige|Gum

ถูกใจครับ 

 


ส่วนคันนี้เป็นรถไดคาส (รถโมเดลคันเล็กๆ) ของฮอนด้าฟิท
(รู้สึกจะเป็น new jazz ในไทยนะ)
ไปโฉบมา เพราะเห็นว่ามันสวยดี
จริงๆซื้อมาสองคัน  อีกคันเป็น Honda S800M สกรีนลายมิกกี้เมาส์ด้วย
ชอบรถของ TakaraTomy เพราะกล่องมันสวย ดูคลาสิกดี 


ไม่ได้ดูหนังมานานมากๆแล้ว . และแล้วก็ได้มีเวลาไปดูหนังซะที . หนังเรื่องนี้ .
รัก|สาม|เศร้า
ยอมรับก็ได้ว่าไปดูเพราะชอบพีค . และก้อย รัชวิน ด้วยนะ . (แต่ชอบคนข้างๆมากสุด)
และไปดูเพราะเป็นหนังพี่ต้อม .คิดว่าน่าจะมีอะไรมันส์ๆซ่อนอยู่ให้เราได้เซอร์ไพรส์อีก
ไม่ค่อยอยากจะสปอยเลย . จะพยายามเล่าความรู้สึกตัวเองนะ
แต่ก็ไม่ชัวร์ ว่าจะเผลอสปอยรึเปล่า . ทางที่ดีถ้าใครยังไม่ได้ดู . ไปดูซะก่อนดีกว่า
รัก|สาม|เศร้า สำหรับประสบการณ์ความรักของเรา
เจอกับคำๆนี้ในรูปแบบคำพ้องเสียงแบบเต็มๆ
คิดว่าไปดูหนังเรื่องนี้คงจะมีช็อตโดนซัดเปรี้ยงมาจึ้กๆหัวใจเล่นไม่น้อย
แต่ไม่เป็นอย่างนั้นเลย พีคกะก้อยน่ารักมาก เอ้ย!ไม่ใช่ เนื้อหาหนังแทบไม่มีส่วนไหน
ที่โดนชีวิตเราเลย
รู้สึกเหมือนดูโอเนกาทีฟ รักออกแบบไม่ได้ ที่ทาทาเล่นกะชาคริตสมัยก่อน
ไม่แน่ใจว่าที่มันทำให้รู้สึกอย่างนั้น เพราะมู้ดแอ่นโทนของหนัง หรือว่า
เพราะเรื่องราวมันอยู่ในระดับเดียวกัน
คือเรื่องราวความรักของวัยรุ่น และสถานที่ที่ตัวละครทุกตัวโคจรมาพบกัน
คือมหาวิทยาลัยศิลปากร

อาจเพราะด้วยความที่ชื่นชอบโอเนกาทีฟเป็นทุนเดิม รัก|สาม|เศร้า
เลยครองใจเราไปได้อย่างไม่ยากเย็น ความประทับใจเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบ
ที่ชอบมากคือพล็อตมันเป็นแบบที่เราชอบเขียนเวลาคิดบทหนังสั้น
พล็อตเรียบๆ แฝงเนื้อกา เหตุการณ์ ที่สัมพันธ์กัน มีเรื่องราว มีที่มาที่ไป ไม่พยายามหักมุม
ใช่แล้ว ที่เราชอบอาจเป็นเพราะ หนังไม่มีความ’พยายาม’ เกิดขึ้น
หนังไม่ได้พยายามวางพล็อตหักมุม หรือพยายามดึงความรู้สึกคนมากเกินไป
เรื่องราวของหนังถูกปล่อยเนื้อหาให้ดำเนินไปเรื่อยๆตามที่มันควรจะเป็น
เหตุการณ์หลักถูกเฉลยให้รู้ หรือเดาได้อยู่แล้ว
แต่เสน่ห์ที่แท้จริงของมัน กลับเป็นการดึงความรู้สึกเรา
ให้รอฟังคำตอบจากปากของตัวละครเอง
โดยที่ไม่รู้สึกเบื่อที่สุดท้ายคำตอบก็เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆเลย
กลับยิ่งรู้สึกประทับใจ ไม่รู้ว่าพี่ต้อมเล่นอารมณ์แบบไหน
ทำให้เราสนใจดูได้ขนาดนั้น

เราชอบในเมสเซจต่างๆที่หนังทิ้งไว้ในเนื้อเรื่อง
เมสเซจ ซิมโบลิกมากมายเกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้
สามเหลี่ยมสามเส้าในโรงพยาบาลที่ทั้งสามประจันหน้ากัน
การพรีเซนท์ธีสิสของทั้งสามคนในตอนต้น
ฟ้าพรีเซ๊นเรื่องน้ำ น้ำพูดถึงเรื่องลม
(และโดนอาจารย์ตำหนิเรื่องพายุ จะทำให้เกิดปัญหา)
แต่ก็แสดงให้เห็นว่าน้ำเป็นคนไม่ระวังตัว
พายุพรีเซ๊นแบบเฉื่อยๆ เฉยๆ นิ่งๆ เรื่อยๆ ดูโง่ๆ
แต่พูดทำนองว่าเริ่มสนใจในท้องฟ้า
มันเป็นการทำให้คนดูรู้จักตัวละครได้อย่างรวดเร็วมาก
การตั้งชื่อตัวละครหลักเป็น ลม ฟ้า น้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดจากธรรมชาติ
มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน และไม่อาจควบคุมได้ดั่งความรัก
พายุออกแบบบ้านให้มองเห็นน้ำได้ชัดขึ้น
พายุไม่ชอบตีนไก่ แต่ก็ลองอยากกินดู
บลาๆๆ…
 

อีกหลายๆจุดที่ชอบคือรสนิยมของพร็อพต่างๆ และองค์ประกอบในหนัง
เราอาจชอบเพราะมันอินไซท์เรามีแต่สิ่งที่เราชอบๆทั้งนั้น
สมุดโน้ต Moleskinne, รถ Mini, Apple MacBook, iPod,
นักศึกษาด้านการออกแบบ, เชียงใหม่,
นั่งเรือเที่ยวเกาะ, สระว่ายน้ำในบ้าน, รูปถ่ายเยอะๆแปะเต็มไปหมดในห้อง,
ภาพวาด, เพลงไทย,
เพลงรักเธอทั้งหมดของหัวใจ, เพลงเพื่อน, เพลงหาย, . . .

โอ้ย ชอบหว่ะ! สรุปว่าหนังเรื่องนี้ไม่โดนเราเลยในเรื่องเนื้อหา
(หมายถึงเราไม่เคยมีประสบการณ์ความรักขนาดนี้)
แต่โดนใจเต็มๆ ไปเลย กับวิธีการเล่าเรื่องของหนัง รวมถึงวิธีถ่ายทำด้วย
หนังเรื่องนี้ถ่ายทำแบบตั้งกล้องนิ่งๆ แพนน้อยๆ สไตล์หนังสั้น หรือหนังทางฝั่งยุโรป
เราเคยใช้สไตล์การถ่ายทำแบบนี้มาแล้วในหนังสั้นของเราเองเรื่อง “คล้ายคลึงกับ…“ 

ปล. เราไม่ใช่คนดูหนังเก่ง หรือดูหนังเป็น (มันเป็นยังไงนะดูหนังเป็นเนี่ย?)
เลยเขียนในแบบที่คิด และรู้สึก ขออภัย หากไม่ตรงกับความคิดใคร

ปล.อีก ภาพข้างบนนั้น เป็นรูปที่ถ่ายคู่กะพีคจริงๆตอนนั้นเจอที่งานแฟต
เลยเอามาประกอบเล่นๆ นะจ๊ะ 

“เมื่อคนที่เรารัก..กลายเป็นคนรักของเพื่อน..ที่เรารักที่สุด..”