Monthly Archives: January 2008

ละครเวทีมัลติมีเดีย เปิดขายบัตรแล้วนะครับ


การแสดงจะมีทั้งหมด 3 รอบ คือในวันที่ 14-15-16 กุมภาพันธ์

เวลา 18.00 น. รอบละ 150 ที่นั่ง

ไม่ต้องห่วงครับ ดูตรงไหนก็ชัดแน่นอน เพราะฮอลไม่ใหญ่มาก



ราคาบัตร 100 บาททุกที่นั่งนะครับผม



ไม่สะดวกฝากผมซื้อได้นะครับ จะพยายามเลือกที่นั่งดีๆให้


ขอบคุณมากคร้าบบ

แบนเนอร์แบบใหม่จากละคร (เห็นโทนสีที่ใช้อย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก หลังจากขาวดำมานาน)

ช่วยๆกันโปรโมทให้หน่อยนะค้าบ

แสดงวันที่ 14-15-16 กุมภาพันธ์ นี้นะครับผม
ราคาค่าบัตร 100 บาทเองจ้าาาา
เดี๋ยวมาอัพเดทอีกทีนะ ว่าซื้อบัตรเข้าชมละครได้ที่ไหน
ขอบคุณมากคร้าบ

คลิกเข้าhi5ละครที่นี่เล้ย




ละครมัลติมี hi5 กับเค้าแล้วนะ
ขอเชิญ…..

http://multistage.hi5.com




ครีมแม๊กกาซีนฉบับวาเลนไทน์

เลยลองเปลี่ยนเทคนิคจากภาพเวกเตอร์ มาเป็นสีน้ำดู

และแน่นอน คนที่ระบายสีน้ำไม่เป้นเลยอย่างเรา

ก็จำเป็นที่จะต้องมีลูกมือมาช่วย

ช่วยระบายไม่ช่วยเปล่า ทั้งยังช่วยออกแบบทั้งหมดเลยอีกด้วย
ขอบคุณเอมิจังครับ

บอกไว้ก่อนว่าเรื่องมันยาว! แต่เราอยากให้เป็น case study สำหรับผู้ที่เริ่มต้นจะเรียนออกแบบนะ
โอเคมันอาจไม่ใช่งานดีไซน์ที่ดีก็ได้ แต่ผมคิดว่า งานนี้ผมใช้กรรมวิธีหลายอย่างมากๆในการตกผลึก
และมันควรจะเป็นพื้นฐานของนักออกแบบที่ดี ครับผม

โจทย์การงานดีไซน์ครั้งนี้คือ
การออกแบบเกมกระดาน โดยบังคับให้ใช้บล็อกไม้ ขนาด 1 นิ้ว และครึ่งนิ้ว
โดยจะใช้แต่ละขนาดอย่างละกี่ลูกก็ได้ เลือกใช้เพียงขนาดใดขนาดหนึ่ง หรือทั้งสองขนาดก็ได้


Researching
งานชิ้นนี้ทำด้วยกัน 3 คน กับชิโร่ และสีดา (กลุ่มเดียวกับที่เคยทำนิทานภาพกรุ๊งกริ๊ง)

ขั้นแรกเราทำการรีเสิชว่าเกมกระดานบนโลกนี้มีอะไรบ้าง

เพื่อให้ไม่ซ้ำกับคนอื่น และอาจได้พบบ่อกำเนิดไอเดียถ้าโชคดี


Brainstorming
เราทำการเบรนสตรอมไอเดียกัน ใครคิดอะไรได้ยิงใส่มาในกระดาษแผ่นนี้ให้หมด
แล้วค่อยๆตัดตัวที่ไม่เกี่ยวข้อง จับกลุ่มความคิด

และฟันธงเลือกสิ่งที่เหมาะสม น่าสนใจ และมีวิถีทางให้คิดต่อได้ดีที่สุด

สิ่งที่เราเลือกคือ เกมฟุตบอล

Concept Thinking
จะทำยังไงให้เกมฟุตบอลมีความแปลกใหม่ออกไปจากแนวทางเดิม?
คือคำถามที่เราตั้งขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์ให้ตัวเองในการสานต่อความคิดกันออกไป
เราดึงความคิดจากเกมคอมพิวเตอร์มาใช้ การยิงประตู การใช้ไอเท็ม
ไอเท็มที่มีประโยชน์กับเรา และกลั่นแกล้งผู้อื่น
สร้างการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น ซึ่งใช้ทั้งดวง และการวางแผน
ทำให้การเล่นมีจุดพลิกของเกมได้ทุกเมื่อ
คนที่วางแผนเก่งที่สุดไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นผู้ชนะเสมอไป
และคนที่ดวงดีที่สุด ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชนะเสมอไปเช่นกัน


ระหว่างที่คิดตรงนี้ เราทุกคนก็ตกลงปลงใจกันไปแล้วว่า
theme ของเกมนี้อยากให้ออกแนว ancient เก่าๆ หน่อย
เพื่อลดความไซไฟ ที่อาจเป็นภาพจำของการใช้ไอเท็มต่างๆ
ในการแข่งขันเหมือนอย่างในเกมคอมพิวตอร์ในปัจจุบัน

Mock Up
หลังจากที่เราออกแบบการเล่นทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว
เราจึงลองทำ mock up ขึ้นมา โดยใช้กระดาษตีตาราง

และตัดยางลบออกมาทำตัวเดิน และลูกเต๋า
เพื่อลองเล่นกันดู หาจุดแก้ไข จุดผิดพลาด


และเราก็ทำการแก้ไขกันอีกสองสามรอบ

ทุกอย่างในพาร์ทความคิดก็จบลงอย่างน่าพอใจ

Research 2nd

เมื่อวิธีการเล่นเกมทุกอย่างลงตัว

สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการดีไซน์รูปแบบเกมออกมาให้ดูน่าเล่น หรือน่าค้นหา

theme ของเรื่องราวชนเผ่าถูกยกขึ้นมาตั้งเป็นคำถามอีกครั้ง
เราจะใส่ความเป็นชนเผ่าลงไปยังไงดี?

สถานที่ต่อไปที่เราจะยกพลขึ้นบกไปลุยกันก้คือสำนักหอสมุดที่มหาวิทยาลัย

เราหยิบหนังสือประวัติศาสตร์กันมาคนละตั้ง
และช่วยกันอ่าน
อ่าน อ่าน อ่าน และก็อ่าน
เวลาผ่านไปหลายต่อหลายชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว

แต่ในสมุดสเกชงานของเรา ก้มีลิสต์เรื่องราวของชนเผ่าไว้ไม่น้อย


เราค่อยๆมาดูและพินิจพิเคราะห์กันอย่างสนุกสนาน

จะเชื่อมโยงเรื่องราวของชนเผ่ากับฟุตบอลอย่างไรดี

ยิ่งค้นหา ก็ยิ่งพบเจอ

เราค่อยๆใช้สติรวบรวมความคิด โฟกัสที่ละจุด
และสรุปออกมาเป็นไอเดีย
เราอยากให้มันเป็นเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์

ก็เลยเขียนเรื่องราวทั้งหมดให้เป็นประวัติศาสตร์จริงๆไปซะเลย
และสุดท้ายภาพทั้งหมดของเรา จากเศษกระดาษ ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วครับ

Production Design
หลังจากที่ทุกอย่างคอมพลีทแล้ว
เราจึงเริ่มพาเจ้าเกม Tribic นี้ (มาจาก tribe + cubic) เข้าสู่กระบวนการผลิต
เราเลือกวัสดุต่างๆมาทำ เพื่อให้คุมตีมทั้งหมดอยู่ในโลกเดียวกัน
ทุกอย่างจะอยู่ในโลกของสีเอิร์ธโทน
เราเลือกผ้าดิบมาทำเป็นเกมกระดาน ได้ไอเดียจากแผนที่หนังสัตว์สมัยโบราณ
นำมาเพ้นตารางการเดินด้วยสีน้ำ ให้ดูมีความเจือจาง
เพ้นตรงขอบๆผ้า และลนไฟให้มีความไม่สม่ำเสมอกัน


ตัวไอค่อนซิมโบลต่างๆ เราเลือกใช้ไอค่อนที่เป็นกราฟิกลดทอนแบบโมเดิร์น
เพื่อให้ยังดูทันสมัย น่าเล่นอยู่ และอ้างอิงจากสิ่งที่มีอยู่จริง
เช่นรูปลูกฟุตบอล เราพบว่าบางชนเผ่าในสมัยโบราณ

ใช้กระดูกสัตว์ พันด้วยเถาวัลย์ สานออกมาเป็นลูกบอลไว้เล่นกันด้วย
เราจึงไม่ลืมที่จะใส่รายละเอียดเหล่านี้ลงไปในไอค่อนลดทอนกราฟิก
ง่ายๆ แต่มีความหมาย


และกล่องใส่เกม ที่เราคิดว่า ทำมันขึ้นมาทั้งหมดเลยดีกว่า!

เนื่องจากจะได้ยัดทุกอย่างลงไปในกล่องได้อย่างพอดิบพอดี
และเลือกใช้วิธีเปเป้อมาเช่ ในการทำ เพื่อให้งานออกมาไม่เนี๊ยบ
น้ำหนักเบา และแข็งแรง

และแน่นอนเราไม่ลืมที่จะทำสมุดวิธีการเล่น
และอินโทรรายละเอียดเกมลงไปด้วย
โดยอบู่ในรูปแบบกระดาษพับ (คล้ายๆสมุดจดโทรศัพท์สมัยก่อน)

และแล้วทุกอย่างก็คอมพลีทซะทีครับ

Board Game Design
Design Fundamental Class Homework ; Yr1 ; 2006

Title: Tribic (tribe+cubic)

Position: Strategy skill training

Target: 11+ yrs.

Type:
เกมกีฬาฟุตบอล ผสมผสานเกมกระดานจำพวกหมากรุก

Theme: อารยธรรมและชนเผ่าสมัยโบราณ




ทุกครั้งเมื่อถึงตาที่เราเล่น
จะสามารถเดินตัวผู้เล่นได้ 2 ตัว ตัวละ 2 ช่อง โดยเดินได้ตามแนวนอน หรือแนวตั้งเท่านั้น

หรือเดินตัวผู้เล่น 1 ตัว และเปลี่ยนตำแหน่งผู้รักษาประตู

(ขออภัยที่ใช้เป็นภาพมาแทน แถมยังไม่ชัดอีกต่างหาก)




Conceptual Design



Photos

Story
ประมาณ 50000 ปีก่อน เมื่อครั้งทวีปต่างๆบนโลกยังเป็นผืนแผ่นดินเดียวกัน
เมื่อครั้งแม่น้ำไนล์ ยังเป็นแม่น้ำใหญ่สายเดียวไหลตัดผ่านตลอดแผ่นดินนี้
เมื่อครั้งสรรพสัตว์ และต้นไม้ อาศัยอยู่และพึ่งพาอาศัยร่วมกันกับมนุษย์อย่างสงบสุข
เมื่อครั้งมนุษย์ยุคแรกๆเกิดขึ้น โดยมีเหล่าเทพเจ้าหลายๆองค์ หลายหน้าที่ต่างกันไป

คอยทำหน้าที่ช่วยเหลือ และดูแลเหล่ามนุษย์เหล่านั้นในการดำรงชีวิต
ชนเผ่าต่างๆถูกก่อกำเนิดขึ้นมามากมาย โดยแยกตัวกันไปตั้งถิ่นฐาน และสร้างอารยธรรมของตนเอง

ตามภูมิประเทศ และความเชื่อในพระเจ้าแต่ละองค์ ต่างๆกันไป
ไม่ว่าจะเป็นชาว Maya , Aztec , Arayan, Red Indian, ศรีวิชัย, Maori, Roman,
Greek , Egypt, Inca, African และ อารยธรรมอื่นๆอีกมากมายนับไม่ถ้วน

ทำให้เกิดความแตกแยกกันของเหล่ามวลมนุษย์บนโลก



เหล่าเทพเจ้าต่างๆ เกรงว่าถ้าปล่อยให้เหล่ามวลมนุษย์ยังใช้ชีวิตแบบแตกความสามัคคีกันแบบนี้
ต่อไปโลกคงจะสูญสลายไปในไม่ช้า จึงได้คิดหาวิธีการที่จะทำให้ ชนเผ่าต่างๆเหล่านั้น เกิดความสามัคคี
และรักใคร่ปรองดองกัน โดยห้ามเทพเจ้าองค์ใด เข้าไปใช้อำนาจช่วยเหลือมนุษย์อีกต่อไป
และได้ให้ เทพอามาดิอุส (Amedeus) เทพเจ้าแห่งมิตรภาพ

คิดเกมกีฬาขึ้นมาชนิดหนึ่ง แข่งขันกันครั้งละ 2 เผ่า เรียกกันว่าไทรบิค (Tribic)

เพื่อให้แต่ละชนเผ่าจัดการแข่งขันเพื่อชิงถ้วยอินทรีทองคำที่เรียกว่า “TOTEM”



ถ้วยอินทรีทองคำ (Totem) ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ มิตรภาพ
ความอุดมสมบูรณ์ และความยิ่งใหญ่ ชนเผ่าใดที่ได้มีสิทธิ์ครอบครองถ้วยใบนี้ เปรียบเสมือน

ได้อยู่ใกล้ชิดเทพเจ้า และทำให้อารยธรรม และความเป็นอยู่เจริญมากยิ่งขึ้น
รวมทั้งช่วยทำหน้าที่แทนเทพเจ้าในการช่วยเหลือเหล่ามวลมนุษย์ทั้งโลกต่อไป

การแข่งขันจะจัดขึ้นทุกๆ 1460 คืน โดยการนับตามกลุ่มดวงดาว 12 กลุ่ม
ซึ่งเป็นช่วงที่เหล่าเทพเจ้าสามารถลงมาใช้ชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์แบบปกติได้



สถานที่ที่ใช้ในการแข่งขันต้องเป็นพื้นที่ราบ และห้ามผู้ใดเข้าไปในเขตของสนามแข่งขันอันศักดิ์สิทธิ์
เว้นแต่เพียงผู้ที่ถูกเลือกเป็นตัวแทนที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีของแต่ละเผ่าเท่านั้น

โดยสถานที่ที่ใช้ในการจัดการแข่งขันแต่ละจะจัดขึ้นที่ดินแดนของเผ่าที่ได้รับชัยชนะของการแข่งขันครั้งที่แล้ว
โดยเทพอามาดิอุส (Amadeus) ได้เลือกใช้ดินแดนของชาวมายา (Maya) เป็นสถานที่ที่ใช้ในการแข่งขันครั้งแรก


เมื่อการแข่งขันดำเนินมาเรื่อยๆ ถ้วย Totem ผ่านการเปลี่ยนการครอบครองไปยังอารยธรรมต่างๆ
จนถึงครั้งที่ 7 โดยใช้ดินแดนแถบตะวันตกของชาวอินเดียนแดง (Red Idian)
ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับชัยชนะจากการแข่งขันครั้งที่แล้ว และครอบครองถ้วย Totem อยู่ เป็นสถานที่จัดการแข่งขัน

จนถึงนัดชิงชนะเลิศระหว่างชาวอินเดียนแดง (Red Indian) ผู้ชนะจากครั้งที่แล้ว ที่จะต้องชนะอีกครั้ง
เพื่อรักษาถ้วย Totem ให้คงอยู่ต่อไป กับอีกฝ่ายหนึ่งเป็นชาวอินคา (Inca)
ผู้ที่ต้องการชนะเพื่อจะได้ถ้วย Totem มาครอบครอง


ทันใดนั้นเทพอนูบิส (Anubis) เทพเจ้าแห่งความตาย ถูกเหล่าซาตานเข้าครอบงำและนำพาให้โลกมนุษย์

เข้าสู่ยุคมืด อาณาจักร และอารยธรรมต่างๆถูกสะกดให้รบราฆ่าฟันกันเองและล่มสลายลง

โลกแตกเป็นเสี่ยงๆ ผืนแผ่นดินใหญ่แยกตัวออกเป็นทวีปต่างๆ มีมหาสมุทรกว้างใหญ่ขวางกั้น
ทำให้การแข่งขันครั้งนี้ถูกระงับไปอย่างไม่มีกำหนด



หลายหมื่นปีต่อมา เมื่อความชั่วร้ายหมดสิ้นไป แสงสว่างกลับคืนมาสู่มวลมนุษย์โลกอีกครั้ง

มนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่จากเหตุการณ์ชั่วร้ายได้ออกมาจากที่กำบัง และค่อยๆริเริ่มสร้างอารยธรรมกันใหม่อีกครั้ง
เทพเจ้าทั้งหลายไม่ได้ลงมาช่วยเหลือเหล่ามนุษย์อีก แต่มนุษย์ก็ยังคงนับถือและเคารพบูชาเทพเจ้าอยู่ดังเช่นบรรพบุรุษ
ชาวอินเดียนแดง (Red Indian) ยังคงครอบครองถ้วย Totem มาตลอดหลายพันปี

แต่ว่าเนื่องจากแต่ละอารยธรรมถูกสร้างขึ้นต่างเวลากันออกไป ทำให้ไม่สามารถจัดการแข่งขันกีฬาไทรบิค (Tribic) ขึ้นได้อีก

เทพอามาดิอุส (Amadeus) ทรงเห็นใจ และอยากสานต่อการแข่งขันเมื่อ 4 หมื่นปีก่อนให้จบลง

จึงได้ใช้อำนาจของเทพเจ้า บิดเบือนเวลาขึ้นเพื่อให้ทุกๆเผ่า ทุกๆอารยธรรม
กลับมาใช้ชีวิตในช่วงเวลาเดียวกันอีกครั้งหนึ่งชั่วระยะเวลาสั้นๆ

การแข่งขันไทรบิค (Tribic) ครั้งที่ 7 นัดชิงชนะเลิศ ที่ถูกหยุดการแข่งขันมานานกว่า 4 หมื่นปี
จึงกลับมาแข่งขันกันต่ออีกครั้ง ถ้วยอินทรีทองคำ (Totem) ที่ชาวอินเดียนแดง (Red Indian) ครอบครองอยู่

ได้ถูกอัญเชิญมาตั้งอยู่ในพิธีการแข่งขันในสนามของดินแดนของชาวอินเดียนแดง (Red Indian)


การแข่งขันครั้งที่ 7 นัดชิงชนะเลิศระหว่างชาวอินเดียนแดง (Red Indian) และชาวอินคา (Inca)

เผ่าใดจะได้เป็นผู้ครอบครองถ้วยอินทรีทองคำ (Totem)

จะเป็นชาวอินเดียนแดง (Red Indian) ผู้ซึ่งครอบครองถ้วยนี้มากว่า 4 หมื่นปี

หรือจะถูกเปลี่ยนมือไปให้กับชาวอินคา (Inca) ผู้ที่รอเวลานี้มากว่า 4 หมื่นปีเช่นกัน

ผลจะเป็นอย่างไร..ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่าง อยู่ที่ตัวคุณเป็นผู้กำหนดแล้ว…..

TWBA\THAILAND เอเจนซี่ที่หากว่าไม่มีอะไรผิดพลาด
เราคงได้ไปใช้ชีวิตอยู่กับสังคมของเค้าประมาณสองเดือน ในช่วงเวลาฝึกงาน

TBWA มีโจทย์มาแจก ให้ออกแบบพริ๊นแอด เป็นแคมเปญสามชิ้น
ของผลิตภัณฑ์พลาสเตอร์บรรเทาปวดตราเสือ (เข้าใจว่าเป็นกอเอี๊ยะนั่นเอง)

ทาเก็ต : พนักงานออฟฟิซ ชาย/หญิง อายุ 23-30 ปี
คุณสมบัติ :
1. ไม่เหนียวเหนอะหนะ
2. คุณสมบัติตัวยาอยู่ทนได้นาน 12 ชั่วโมง
3. ไม่ส่งกลิ่นรบกวน

อ้อ งานนี้จริงๆเค้าให้สำหรับพี่ปีสี่ หรือปีสุดท้ายส่งนะครับ เพื่อคัดคนเข้ารอบไปเวิกช่อปอีกที
ผมซึ่งอยู่ปีสามในตอนนี้ จึงขอคิดเล่นๆละกัน

(ขอถือวิสาสะข้ามขั้นตอนหลายๆขั้นตอนไปถึงจุดสุดท้ายที่จะเลือกนำมาใช้เลยนะครับ)

เนื่องจากทาเก็ตเป็นพนักงานออฟฟิซ
จึงเลือกไอเดียที่นำแอคทิวิตี้ต่างๆของพนักงานออฟฟิซมาใช้
พนักงานออฟฟิซมีอะไรมาเอี่ยวบ้าง?

Brainstorming:
กินแซนวิช ขนมปังทาแยม ปลูกต้นไม้ แคกตัส ทีไทม์ เก้าอี้หนัง คอมพิวเตอร์
ปฏิทิน แว่นตา กองเอกสาร แฟ้มเอกสาร แฟ้มงาน ปากกาเซ็นชื่อ ซีซีเมล์ บูเลตินบอร์ด
ตรายางปั๊ม ยูนิฟอร์ม พิมพ์ดีด กระดาษโพสอิท กระดาษเอสี่ รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน รถเมล์
รถยนตร์ส่วนตัว ข้าวเหนียวหมูปิ้ง สก๊อตเทป ที่เย็บกระดาษ ปาท่องโก๋ ยูบีซี น้ำอัดลม …

ระหว่างที่นั่งคิดไปเรื่อยๆ อยู่ๆ copy บางอย่างก็ปิ๊งขึ้นมาในหัว
(copy ในที่นี้หมายถึง ข้อความโฆษณานะครับ ไม่ใช่การคัดลอก)

“เอาไปทำอย่างอื่นได้อีก”

น่าสนใจ น่าสนใจ…
ลองคิดต่อ กอเอี๊ยะเอาไปทำอะไรได้บ้าง นอกจากแปะบริเวณที่ปวด
มันเหนียว แปะแทนสก๊อตเทป นึกถึงมุกตลกที่เอามาแปะหน้าแข้งแล้วดึงแรงๆแว๊กขนออก
มีช็อตตลกที่คิดว่ามันเอามารองรองเท้า รด. แต่นึกไปนึกมา นั่นมันโกเต๊กนี่หว่า!
พอคิดไปเรื่องๆกลับพบว่า เฮ้ยมันไม่ใช่ รู้สึกยังไม่อิมแพ็ค และไม่เห็นประโยชน์อะไร
ที่จะต้องนำโปรดักเค้าไปทำอย่างอื่นนอกจากบรรเทาปวด

มองมุมกลับ
“เอาไปทำอย่างอื่นได้อีก” -> “เค้าไม่ทำอย่างนี้กัน”
คอนเซ็ปยังคงคล้ายๆเดิม แต่กลับมาสร้างวิช่วลให้เห็นว่าทำแบบนั้นไปแล้ว
แล้วโปรยก๊อปปี้ “เค้าเอาไว้บรรเทาปวด”
นึกถึงTVCของพี่ต่อ ธนญชัย ศรศรีวิชัย
(พวกที่มีเสียงบรรยายตบท้าย แบบนิ่งๆ กวนๆ ทั้งหลาย)
((ยกตัวอย่างเช่นแอดของแก๊สโซฮอล))

อยากให้ฟีลลิ่งออกมาแบบนั้น แต่ทุกอย่างต้องคุมอยู่ในพริ๊นแอด
ที่เป็นภาพนิ่ง และตอบโจทย์ทั้งหมดได้
ย้อนกลับไปดูคีย์เวิร์ดต่างๆในเบรนสตรอม
พยายามคิดว่าแต่ละคำ สื่อไปทางไหนได้บ้าง และจับให้เข้ากลุ่ม
เป็น 3 กลุ่ม ซึ่งอ้างอิงตามคุณสมบัติของสินค้า

คัดเลือกหัวข้อที่น่าจะใกล้เคียงกับธรรมชาติ และสร้างอิมแพ็คได้มากที่สุด

จนออกมาเป็น…

1. ภาพบรรยากาศในรถไฟฟ้า โฟกัสพนักงานออฟฟิซชายที่ยืนโหนราว
มีคนนึงเอากอเอี๊ยะแปะที่รักแร้

copy:

เค้าเอาไว้บรรเทาปวด
พลาสเตอร์บรรเทาปวดตราเสือไร้ซึ่งกลิ่นรบกวน

2. ภาพบรรยากาศบนโต๊ะทำงาน พนักงานออฟฟิซหญิงพิมงานด้่วยคอมพิวเตอร์
มีกอเอี๊ยะแปะอยู่ตามขอบจอ และเต็มทั่วบอร์ดไปหมด
ทุกๆอันล้วนมีข้อความโน้ตย่อสั้นๆ เช่น นัดแม่ดูหนัง, ติดต่อคุณอาร์ต 0844562341 ด่วน!

copy:
เค้าเอาไว้บรรเทาปวด
พลาสเตอร์บรรเทาปวดตราเสือไม่เหนียวเหนอะหนะ

3. ยังสองจิตสองใจอยู่ ระหว่าง
3.1 นำกอเอี๊ยะไปแปะซ่อนเก้าอี้ที่ขาด
3.2 นำกอเอี๊ยะไปแปะปากหัวหน้า(boss) ที่เป็นคนมีลักษณะขี้บ่น ขี้โวยวาย

(แต่รู้สึกยังไม่โดนทั้งคู่)

copy:
เค้าเอาไว้บรรเทาปวด
พลาสเตอร์บรรเทาปวดตราเสือใช้งานได้ทนทาน

คิดมาถึงเท่านี้แหละครับ
คอมเม้นกันได้ครับผม อยากให้คอมเม้นด้วยแหละ
กำลังหัดคิดงานแอดอยู่ครับ อยู่ในช่วงฝึกฝน ขอบคุณครับ

ที่สาขาวิชามัลติมีเดีย (ที่เราเรียนอยู่)
กำลังจะมีการแสดงละครเวทีนักศึกษาขึ้น
งานนี้เป็นครั้งแรกของพวกเรา
วาเลนไทน์นี้ ใครยังไม่มีที่เดท หรือใครอยากไปมองหาคนรู้ใจ
หรืออยากดูละครแบบเปลี่ยวๆ หรืออยากชมเพื่อความสนุกสนานเฮฮา
หรือว่าด้วยเหตุผลประการใดก็แล้วแต่
ช่วยให้กำลังใจกัน ซื้อบัตรเข้าชมด้วยนะครับ แฮ่ๆ

CG+ ฉบับที่ 7 วางแผงแล้วนะครับ
หน้าปกเล่มนี้บาดตาบาดใจมากเลยเชียว
ติดตามซื้ออ่านได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป
หรือทางเว็บ www.cgplusmag.com

สองภาพนี้เป็นอิลลัสเตรชั่นในหนังสือที่ผมทำเองครับ
ติชมได้ครับผม